วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

100 things about Jason Mraz

1. เจสันเกิดวันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 1977 ที่เมือง Richmond รัฐ Virginia ในวันเกิดที่เขาเกิดนั้นมีอุณหภูมิเฉลี่ย 69.3 ฟาเรนไฮต์ ความเร็วลมที่ 3.2 นอต

2. เมือง Mechanicsville รัฐ Virginia ประเทศสหรัฐอเมริกา คือบ้านเกิด

3. เมือง Fallbrook รัฐ California ประเทศสหรัฐอเมริกา คือเมืองนอน (เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของ San Diego)

4. คุณพ่อ Tom Mraz อดีตเคยทำงานที่ไปรษณีย์ ปัจจุบันทำงานด้านก่อสร้าง

5. คุณแม่ June Tomes ปัจจุบันเป็นรองประธาน Bank Of America สาขาเมือง Richmond รัฐ Virginia

6. เห็นไหมว่า เจสันเป็นลูกรักของพ่อและแม่จริงๆ เกิดเดือน June ซึ่งคือชื่อคุณแม่ และชื่อกลางใช้ชื่อหน้าของคุณพ่อ (Tom เป็นชื่อย่อของ Thomas)

7. พี่สาวพ่อแม่เดียวกันชื่อ Candace ที่แม้จะแต่งงานไปแล้วยังใช้นามสกุล Mraz ต่อท้ายนามสกุลสามีอยู่ Candace ทำงานอยู่ในสมาคมการกุศลหลายแห่งใน Richmond

8. Mraz มีต้นตระกูลมาจากประเทศสาธารณรัฐเช็ก บรรพบุรุษของเจสันอพยพมายังอเมริกาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

9. Mraz แปลว่าน้ำค้างแข็ง = Frost แต่เจ้าตัวอยากเชื่อว่า Mraz = Cool

10. พ่อแม่ของเจสันแยกทางกันเมื่อเขาอายุ 4 ขวบ ทั้งคู่แยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่ แต่ก็ยังอยู่ในเมืองเดียวกันอยู่

11. เจสันสนิทกับน้องต่างพ่อต่างแม่ และเล่นดนตรีด้วยกันเวลาโอกาสอำนวย

12. เจสันเคยตั้งวง (วงดนตรี...ไม่ใช่วงเหล้านะ) กับน้องชาย ตัวเองเล่นกีตาร์ ส่วนน้องเล่นแซ็กโซโฟน

13. พ่อเลี้ยงของเจสันเป็นมือกลองในวงแจ๊สที่มีชื่อเสียงพอควรที่เมือง New Orleans

14. คุณแม่จูน เคยจับให้เจสันเรียนเปียโน

15. แต่เครื่องดนตรีที่เจสันหัดเล่นอย่างจริงๆจังๆคือกีตาร์ เมื่อตอนอายุ 18

16. ตอนอายุ 13 เจสันอยู่ในวง R&B ท้องถิ่นชื่อ Dressed To Kill ซึ่งสมาชิกคนอื่นอายุเกิน 20 กะรัตทั้งสิ้น
17. เจสันเคยอยู่ในวงประสานเสียงตั้งแต่เรียนประถม

18. พอมัธยมอยู่ในคณะละครของโรงเรียน Lee-Davis High

19. ยิ่งกว่านั้น ยังเคยอยู่ในทีมเชียร์ลีดเดอร์ซะด้วยนะ เจสันเล่าว่า เจ๋งดี ที่ได้อยู่ท่ามกลางสาวสวยที่สุดในเมือง ตอนเข้าแคมป์เชียร์ลีดเดอร์ เจสันกับเพื่อนเป็นผู้ชายเพียงสองคนที่ถูกรายล้อมด้วยเชียร์ลีดเดอร์เป็นร้อย!

20. เจสันเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาในสาขา Musical Theatre ที่ American Musical And Dramatic Academy, New York

21. เจสันให้สัมภาษณ์ว่า เขามองไม่เห็นตัวเองว่าจะสู้กับคนกว่า 200-300 คนในการออดิชั่นแต่ละครั้งเพื่อบทเดียวได้ และการร้องเพลง เต้นรำ แสดงในบทเดียวเป็นเวลาหลายเดือนนั้น ไม่ใช่ตัวตนของเขาเลย เจสันจึงดรอปการเรียนและกลับสู่บ้านเกิดในแมคานิกส์วิลล์

22. ช่วงค้นหาอนาคตตัวเองที่บ้านเกิด เจสันทำงานเป็นพนักงานไปรษณีย์ในช่วงกลางวัน ตกกลางคืนก็เป็นภารโรงในโรงเรียน ถูพื้นไปใส่เฮดโฟนฟังเดโมของตัวเองไป

23. ต้นปี 2000 เจสันตัดสินใจข้ามไปหาอนาคตที่ฝั่งตะวันตก เขาขับรถบรรทุกข้ามประเทศไปยัง San Diego

24. ขับรถไป ร้องไห้ไปด้วยนะเออ เพราะอินจัดกับเพลงที่สถานีวิทยุท้องถิ่นเปิดระหว่างขับรถ

25. ถึง San Diego ไม่นาน เจสันก็ได้ร้องเพลงที่ Java Joe’s และขอ Joe Brunner เจ้าของร้าน พักบริเวณหลังร้าน (โจใจดีเสียด้วย)

26. เจสันชอบเขียนเพลงจากความสัมพันธ์จริงของตัวเอง และเพลง You And I Both ได้แฟนเก่าช่วยแต่ง

27. เจสันพบ Toca ที่ Java Joe’s นี่ล่ะ ตอนนั้น Toca เล่นอยู่วงของน้องชาย จนเจสันชวนให้มาแสดงด้วยกัน

28. คู่หูดูโอขายดีมากในคลับแถวแคลิฟอร์เนียใต้ ดีจน Toca ตัดสินใจลาออกจากงานประจำคือ “ตำรวจ”

29. ระหว่างออกแสดง เจสันก็ทำ EP ออกมาสองสามชุด แล้ว You And I Both ก็เป็นเพลงฮิตพอควรในสถานีวิทยุท้องถิ่นของ San Diego

30. เจสันเซ็นสัญญาออกอัลบั้มกับค่ายใหญ่ Elektra Records ตอนปลายปี 2001

31. หลังเซ็นสัญญาเจสันก็ย้ายไปอยู่ที่ Los Angeles กับรูมเมทคือ Charlie Mingroni เพื่อนจากบ้านเกิดของเขา

32. โรคมะเร็งกระดูกของ Charlie Mingroni คนนี้ล่ะที่เป็นแรงบันดาลใจให้เจสันแต่งเพลง The Remedy (I Won’t Worry)

33. สมัยยังไม่โด่งดังในวงกว้าง เจสันตอบจดหมายแฟนๆด้วยตัวเองทุกฉบับ (เจสันบอกว่าตอนนี้ก็ยังอยากทำอยู่ แต่ให้ตอบเป็นหมื่นเป็นแสนคงไม่ไหว)

34. ช่วงนี้ล่ะที่เจสันแต่งงานช่วงสั้นๆกับสาวผมแดงชื่อ Sheridan

35. พูดถึงภรรเมียแล้วก็ต้องพูดถึงนิวาสสถาน ช่วงคิดจะลงหลักปักฐานที่ San Diego เจสันขับรถไปเจอบ้านหลังปัจจุบันโดยบังเอิญ เป็นบ้านชั้นเดียวแนวขยาย หันหน้าเข้าหามหาสมุทรแปซิฟิก แ ละมีไร่อะโวคาโดขนาด 5 เอเคอร์แถมมาด้วย

36. บ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่คนเดียว เจสันแบ่งบันห้องให้เพื่อนๆศิลปินแขนงต่างๆให้ได้พักฟรี แลกกับการเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆน้อยๆให้เจสัน เช่น นักวาดภาพ นักดนตรี นักโภชนาการ โยคีโยคะ สารพัด

37. ในบ้านมีสตูดิโอเพื่อใช้อัดเสียงด้วย หลากหลายเพลงเกิดจากที่นี่ล่ะ

38. เจสันจริงจังกับการเป็นชาวไร่น่าดู เพราะผลผลิตจากไร่ไม่ได้ปล่อยตามมีตามเกิด มีการทำอย่างเป็นระบบและส่งขายสร้างรายได้จริงๆ

39. เจสันเรียกลักษณะการกินของตัวเองว่า Raw food-ist คือทานสดๆ ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรือผ่านความร้อน แต่บางครั้งก็กินซุปร้อนๆบ้าง

40. สาเหตุที่มากินอาหารแบบนี้ เพราะสมาชิกในวงเป็นเบาหวาน เลยปรับนิสัยการกินให้เหมาะกับสมาชิกคนนั้น เห็นว่าทานแล้วดีเลยทานมาเรื่อย

41. เมนูสุดโปรดก็มาจากสารพัดอะโวคาโดนั่นล่ะ (มี Avocado Chocómale เป็นเมนูเด็ด ออกโชว์ใน CNN มาแล้ว)

42. เจสันเลิกบุหรี่ได้ตั้งแต่ปี 2006 ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นสูบจัดมาก

43. เลิกสูบได้เพราะระหว่างทัวร์ออสเตรเลีย จู่ๆก็มีกองซีดี หนังสือเกี่ยวกับพุทธ เซนและจิตวิญญาณส่งมาหาเขาโดยไม่รู้ผู้ส่ง แต่มีโน้ตแปะมาว่า “สนุกกับการอ่านหนังสือนะ อ่านเสร็จแล้วให้ส่งต่อ มันไม่ใช่ของคุณแต่มันเป็นของโลก” เจสันบอกว่าอ่านจบแล้วมุมมองชีวิตเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

44. อัลบั้มแรก Waiting For My Rocket To Come ขายได้ถึง 1 ล้านก๊อปปี้ในอเมริกา ได้รางวัลแพลทินัมไปแปะฝาบ้านเรียบร้อย

45. อัลบั้มที่สอง MR. A-Z ขายได้เพียงน้อยนิดอย่างน่าผิดหวัง แม้จะเปิดตัวที่อันดับ 5 ใน Billboard Chart ก็ตาม เจสันเรียกอัลบั้มนี้ว่า ‘school assignment’

46. อัลบั้ม We Sing. We Dance. We Steal Things. เป็นความสำเร็จในอเมริกาและทั่วโลกอย่างเหนือความคาดหมาย ขายได้เกิน 1 ล้านก๊อปปี้ในอเมริกา ได้รางวัลแพลทินัม

47. เพลง I’m Yours ขายได้กว่า 3 ล้านก๊อปปี้ในอเมริกา (3 แพลทินัม) และยอดรวมกว่า 6 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก เป็นเพลงประกอบโฆษณากว่า 7 ชิ้นทั่วโลก ทั้ง AIG, Varizon และแสนสิริ เป็นอาทิ

48. ช่วงทัวร์อัลบั้มแรก เจสันมี Foster ตุ๊กตาไก่ยัดนุ่น เป็นเครื่องราง ต้องตั้งไว้ที่เวทีทุกครั้ง

49. อัลบั้ม WWW นี้ มีกาน้ำชาคุณยาย สีเหลืองอ๋อย ข้างในใส่น้ำชาสมุนไพรอุ่นๆ เป็นพร็อปประจำเวทีแทน

50. Toca มี garden gnome ตุ๊กตาประดับสวนของชาวเยอรมัน เป็นเครื่องรางบนเวที

51. เจสันมีรอยสักทั้งหมด 4 รอย (นับถึง ณ บัดนาว) คือไก่ที่ด้านหลัง, RESTAREA ที่อกขวา, Beginner ที่ต้นแขนขวา และรูปผู้ชายผู้หญิงเต็มตัวยืนคู่กันที่ท้องแขนซ้าย

52. ผู้หญิงในรอยสักคนที่ว่า แฟนๆเดาว่าน่าจะได้แรงบันดาลใจจาก Tristan Prettyman แฟนสาวนักร้องที่คบกันช่วงปี 2005-2006

53. เป็นช่วง “เจสันคลั่งรัก” เพราะมีเสื้อสกรีนคำว่า pretty man หลากหลายเวอร์ชั่น ชวนแฟนออกทัวร์ด้วยกัน ช่วยทำเพลงในอัลบั้มให้ด้วย

54. แต่เจสันก็ถูกทริสตันสลัดรักทางโทรศัพท์แบบไร้เยื่อใยในวันวาเลนไทน์ซะงั้น

55. ทริสตันและครอบครัวมีอิทธิพลต่อเจสันมาก เพราะเป็นครอบครัวนักเซิร์ฟ เจสันหัดเล่นเซิร์ฟและหลงใหลกีฬาชนิดนี้จนทุกวันนี้เพราะงี้แหละ

56. ในเพลง Mr. Curiosity (อัลบั้ม MR. A-Z) เจสันร้องท่อนโอเปร่าเองด้วย โดยเจสันอยู่ในเรนจ์เสียงเทเนอร์

57. วงประสานเสียงในเพลง Song For A Friend มาจากคณะประสานเสียงของโรงเรียนเก่า Lee-Davis High

58. นอกจาก Toca แล้ว คนที่อยู่ในวงของเจสันตั้งแต่อัลบั้มแรกคือ Ian Sheridan มือเบส ที่ร่วมแต่งเพลงในอัลบั้ม MR. A-Z ด้วย

59. เพื่อนสนิทในวงการดนตรีของเจสันมี Bob Schneider (นักร้องและมือกีตาร์ชาว Texas แฟนเก่าแซนดร้า บูลล็อค), Jamie Cullum, Makepeace Brothers (ร่วมทัวร์ด้วยกันปี 2008), James Morrison (รู้จักทาง Martin Terefe โพรดิวเซอร์อัลบั้ม WWW), Colbie Caillat, Bushwalla เป็นอาทิ

60. เพื่อนสนิทที่สุดในรายชื่อข้างบนคือ Bushwalla ทั้งคู่เจอกันและเป็นรูมเมทกันตั้งแต่ที่นิวยอร์ก

61. ที่มาของเพลง Lucky คือเจสันอ่านเจอว่า Colbie อยากทำงานร่วมกับเจสัน เจ้าตัวเลยโทรศัพท์ชวนโคลบี้ให้มาช่วยร้องและแต่งเพลงนี้ด้วยกัน

62. ส่วนคู่ปรับในวงการคือ John Mayer ที่เป็นการโหมของสื่อที่อเมริกาและแฟนเพลงบางกลุ่ม ให้สองคนนี้เป็นศัตรูตัวเอ้ของกันและกัน จอห์นกับเจสันเกือบได้ร่วมงานกันแล้ว ตอนเจสันอัดอัลบั้มแรกอยู่ ได้ติดต่อจอห์นผ่าน John Alagia (โพรดิวเซอร์ที่เคยร่วมงานกับจอห์น) ให้จอห์นมาอัดกีตาร์ให้ เมื่อถึงวันนัดหมาย ปรากฏว่าจอห์นเบี้ยวเจสัน และไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มาอธิบาย พอสื่อถามเรื่องนี้ เจสันเลยฝากไปบอกจอห์นว่า “นี่คือปริศนาที่ผมเองก็คิดไม่ออกว่าทำไมจอห์นถึงไม่มาตามนัด ขอแค่เขาบอกผมเถอะ เหตุผลอะไรก็รับได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่า ไม่ว่างนะ กำลังเดทกับเจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตต์อยู่ก็ตาม”

63. แฟนเพลงตัวเอ้ที่เป็นคนดังของเจสัน คือ David Archuleta รองแชมป์ American Idol ซีซั่น 7 น้องเดวิดเลิฟพี่เจสันมาก ถึงขนาดเขียนขอบคุณพี่เจในเครดิตอัลบั้มเดี่ยวของน้องเค้า (ทั้งคู่ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด) เดวิดไปดูคอนเสิร์ตของเจสัน ใส่เสื้อทัวร์ของเจสัน รวมถึงเอาเพลง I’m Yours ไปร้องในคอนเสิร์ตของตัวเองด้วย

64. ใน Grammy Awards 2009 เจสันได้เข้าชิงสาขา Best Male Pop Vocal Performance โดยหนึ่งในผู้ได้รับการเสนอชื่อในสาขานี้คือ John Mayer และเป็นจอห์นที่คว้ารางวัลนี้ไป จอห์นเขียนใน twitter ว่า เจสันเป็นศิลปินที่ยอดเยี่ยม เขาอยากแชร์รางวัลนี้กับเจสัน และเจสันเขียน blog ชื่นชมจอห์นกลับเหมือนกัน

65. เจสันบอกว่าตัวเองจัดอยู่ในประเภท Anti-Celebrity ไม่ชอบให้ตัวเองอยู่ในสถานะคนดัง

66. ในทัวร์ Music, Magic & Makepeace ต้นปี 2008 เจสันร่วมกับ Reverb องค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติชื่อดังของอเมริกา ทำทัวร์สีเขียวโดยใช้น้ำมันจากพืชเติมรถบัส ทัวร์ทั่วอเมริกา

67. Blend Apparel เป็นเสื้อผ้าผลิตจากผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เจสันสนับสนุนอยู่

68. เคยถ่ายโฆษณาให้เสื้อผ้า GAP ในแคมเปญชื่อ Favorite

69. เคยอยู่ในแคมเปญ Got Milk? อันโด่งดังของอเมริกาด้วย

70. สโลแกนประจำตัวคือ Fond of Hats เพราะมีหมวกหลากสีเป็นสัญลักษณ์ประจำตัว

71. เจสันเก่งการโยนของสลับ (Juggling) เวลาไปทัวร์จะมีลูกบอลและไม้คลับเอาไว้ฝึกฝีมือตลอด

72. สนใจการเล่นกล เล่นกลได้หลายชิ้น และกำลังฝึกฝนให้เป็นขั้นเแอดวานซ์อยู่

73. เป็นขวัญใจชาวเกย์ ครั้งหนึ่งเจสันเคยให้สัมภาษณ์ว่าเคยจูบผู้ชาย เพราะเล่นเกมหมุนขวด แต่ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน

74. เจสันถูกจัดให้เป็นศิลปินที่มีแฟนคลับมากที่สุดเป็นอันดับ 19 ของโลก ด้วยจำนวน 26 ล้านคน จากการจัดอันดับของ Yahoo ในปี 2008 (ตอนนี้อันดับคงเป็นเลขตัวเดียวแน่นอน)

75. เป็นแฟนคลับของเจสันต้องไม่พลาดการติดตามอ่าน Blog ของเจสัน
http://freshnessfactorfivethousand.blogspot.com/ เจ้าตัวมาเขียนเรื่องราวต่างๆของตัวเองและโลกให้ได้อ่านผ่านภาษาสวยๆตามสไตล์เจสัน ที่สำคัญอัพเดทบ่อยด้วยสิ

76. นอกจากเป็นที่รักของแฟนๆแล้วยังเป็นที่รักของเพื่อนศิลปิน ต้นปี 2009 เจสันเล่นคอนเสิร์ตสมทบทุนสร้างบ้านใหม่ให้เพื่อนศิลปินวง Switchfoot ที่บ้านถูกไฟไหม้โดยไม่มีประกันภัย ได้เงินแสนกว่าเหรียญเชียว
77. ปี 2008 เจสันร้องเพลงในอัลบั้ม Fire Relief เพื่อหาทุนช่วยผู้ประสบภัยจากไฟป่าในเขต San Diego

78. เป็นที่รักของชาว San Diego ในปี 2003 เจสันกวาดรางวัลจาก San Diego Music Awards ถึง 3 รางวัล
79. น้องเหมียวของเจสัน ก็ถูกแนะนำผ่าน blog นี่ล่ะ ชื่อเจ้า Holmes

80. คู่มือคู่ใจคู่ท้องของเจสันเวลาออกทัวร์คือชุดเตรียมอาหารออร์แกนิกส์ครบเซ็ต ที่ประกอบด้วย ที่รองหั่น มีดขนาดใหญ่ โถปั่นผสมอาหาร Vita Mix เมล็ดธัญพืช น้ำผึ้ง น้ำมันจากธัญพืชหลากชนิด และอะโวคาโด

81. รักษาคอนเซ็ปต์รักษ์ธรรมชาติ เจสันขับรถไฮบริด Toyota Prius สีดำ

82. เบื้องหลังมัดกล้ามเฟิร์มๆของเจสัน มาจากการเล่นโยคะ ทุกวัน

83. และเบื้องหลังอารมณ์ดีๆก็มาจากการนั่งสมาธิทุกวัน เช่นกัน

84. กว่าจะมาเป็นหนุ่มใสสะอาดเต็มไปด้วยพลังด้านบวกในทุกวันนี้ เจสันเคยเผชิญด้านมืดอันหดหู่ จนหันไปใช้ยาเสพติดมาแล้ว

85. เจสันชอบการถ่ายรูปโพลารอยด์มาก มากซะจนรวมเล่มเป็นหนังสือเล่าเรื่องผ่านรูปโพลารอยด์ชื่อ A Thousand Things ซึ่งผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100%

86.
www.myspace.com/jasonmraz ฟังเพลง ดูรูป อัพเดทบล็อก ได้ที่นี่

87.
www.facebook.com/pages/Jason-Mraz/6135205697 ใครเล่นเฟซบุ๊กก็ไปแอดเจสันเป็นเพื่อนได้ แต่ไม่ใช่เจสันตัวจริงหรอกนะ เพราะเจ้าตัวไม่เล่นเฟซบุ๊ก

88. ของเล่นใหม่ที่เจสันมีคือ twitter เพราะเป็น ‘must-have online tool’ ของเหล่าเซเล็บ เจสันเผยว่าไม่ถนัดการส่งข้อความสั้นๆ ชอบเขียนยาวๆมากกว่า เลยมอบ twitter.com/jason_mraz ให้ Tricia เชฟและ joyologist ประจำทัวร์ให้เป็นคนอัพเดทแทน (ซึ่ง exclusive มั่ก ขอบอก!) จั่วหัวได้น่าสนใจว่า... The Official Jason Mraz Twitter Account spoken to you from Jason's Joyoligist. Who is by his side at all times. (except in bed)

89. ทีมเครื่องเป่ารสแซ่บประจำซูเปอร์แบนด์ของเจสันมีชื่อว่า Grooveline Horns มาจากเมือง Austin รัฐ Texas

90. ปริศนาบ้าไก่ในอัลบั้ม Waiting For My Rocket To Come มาจาก เจสันบอกว่าการมีไก่ (Cock) เป็น key visual เพราะอัลบั้มแรกล้วนเป็นเรื่องของเขาทั้งสิ้นซึ่งค่อนข้าง Cocky อีกอย่างเขาไม่ใช่คนตื่นเช้าเลยอยากให้ไก่เป็นสิ่งเตือนใจ สุดท้ายอยากให้อัลบั้มนี้ได้ปลุกคนฟังให้มีชีวิตชีวาด้วยบทเพลงของเขา (จำได้ไหมว่า เจสันมีรอยสักรูปไก่ที่แผ่นหลังด้วย)

91. ปริศนาภาพหน้าตาบิดเบี้ยวอาร์ตเวิร์กสุดเรียบแต่เท่ซ้าในปกอัลบั้ม WWW ไม่ใช่ฝีมือการวาดของเจสันแต่อย่างใด แต่เป็นฝีมือของ David Shrigley ศิลปินชาวสก็อตแลนด์ที่เจสันชื่นชมเชียวนะ

92. เจสันเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของ Barack Obama ตามอ่านบล็อกที่พูดถึงบารักได้ เจสันเขียนได้ดีมากๆ

93. คุณแม่จูนคือคู่เดทของเจสัน ในงาน Grammy Awards 2009

94. สีเขียวคือสีโปรด ยิ่งเป็นโทนมินต์กรีนจะชอบเป็นพิเศษ

95. หนึ่งในโชว์ประทับใจของเจสันคือการแสดงเพลง A Beautiful Mess ร่วมกับวงออร์เคสตร้าชุดใหญ่จาก Norwegian Radio Orchestra ในงาน Nobel Peace Prize Concert ปี 2009

96. ความสามารถอีกอย่างที่แฟนๆชื่นชอบ คือการคัฟเวอร์เพลงขั้นเทพ เจสันปรับเปลี่ยนเพลงต่างๆให้เป็นในแบบของตัวเองได้น่าทึ่ง ตัวอย่างเพลงที่ถูกคัฟเวอร์มีทั้ง Billy Jean, Beautiful, Peg และอีกมากมาย

97. เป็นคนที่มี perfect pitch แม่นโน้ตสุดๆ

98. เครื่องดนตรีที่เจสันเล่นได้ ได้แก่ อะคูสติกกีตาร์ กีตาร์ไฟฟ้า ยูกุลิลี (Ukulele - กีตาร์ฮาวาย) และแมนโดลิน

99. I’m Yours เป็นเพลงแรกในประวัติศาสตร์ที่ขึ้นถึงอันดับ 1 ใน 4 ชาร์ตหลักของอเมริกา คือ AC, Hot AC, CHR/Top 40 และ AAA

100. ปี 2009 เจสันได้รับรางวัล Hal David Starlight Award จาก Songwriters Hall of Fame ซึ่งมอบให้นักแต่งเพลงที่มีพรสวรรค์ซึ่งกำลังอยู่บนจุดสูงสุดของอาชีพ และก่อให้เกิดผลกระทบที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมดนตรีผ่านเพลงที่พวกเขาเป็นผู้แต่ง และแฟนๆคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เฮ้อ ได้ซะที!